ฝ่ายกฎหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามหาทางยับยั้งการวางจำหน่ายหนังสืออื้อฉาวเรื่อง “ไฟร์ แอนด์ ฟิวรี” ที่มีเนื้อหาแง่ลบเกี่ยวกับผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน และข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากปากของ “สตีฟ แบนนอน” อดีตมือขวาของทรัมป์เอง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ว่านายชาร์ลส ฮาร์เดอร์ ทนายความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี

ว่ากำลังพยายามเร่งดำเนินการตามกฎหมายเพื่อยับยั้งการวางจำหน่ายหนังสือชื่อ “ไฟร์ แอนด์ ฟิวรี : อินไซด์ เดอะ ทรัมป์ ไวท์เฮาส์” ( Fire and Fury : Inside the Trump White House ) ผลงานของนายไมเคิล วูล์ฟฟ์ นักเขียนและผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ “ยูเอสเอ ทูเดย์” เนื่องจากเป็นหนังสือที่มีเนื้อหา “ดูหมิ่นอย่างร้ายแรง” ต่อผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน ทั้งนี้ ฮาร์เดอร์กล่าวว่า การดำเนินการทางกฎหมายรวมถึงการเตรียมฟ้องร้องวูล์ฟฟ์และสำนักพิมพ์ เฮนรี โฮลต์ แอนด์ โค ซึ่งเป็นผู้ตีพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ และเตือนด้วยว่านายสตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ประจำทำเนียบขาว อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน เนื่องจากให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง โดยแบนนอนวัย 64 ปี ซึ่งถูกผู้นำสหรัฐปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์ลงในหนังสือว่า การพบปะระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของทรัมป์ กับกลุ่มบุคคลชาวรัสเซีย เมื่อเดือนส.ค. 2559 นั้น เป็นการกระทำที่ “ทรยศต่อชาติ” และกล่าวถึงน.ส.อิวังก้า ทรัมป์ บุตรสาวคนโตซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัวของประธานาธิบดี และมีการเปิดเผยในหนังสือว่าเธออยากลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหากมีโอกาสว่า “โง่”
ขณะเดียวกัน เนื้อหาในหนังสือยังอ้างคำกล่าวของแบนนอนที่พาดพิงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันอีกหลายคนว่า “โง่” รวมถึงนายสตีฟ มนูชิน รมว.กระทรวงการคลัง ส่วนนายแกร์รี โคห์น ที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจนั้น “โง่มาก” นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับ “ความลับ” ของผู้นำสหรัฐคนที่ 45 อีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการย้อมสีผม การเลือกรับประทานอหารจากร้านฟาสต์ฟู้ดเพราะเชื่อว่ามีความเสี่ยงต่ำในการถูกวางยาลอบสังหาร และที่สำคัญคือไม่มีใครในครอบครัวทรัมป์คาดคิดมาก่อน ว่าทรัมป์จะชนะการเลือกตั้ง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

Comments are closed.