เชื่อหรือไม่ว่าที่นี่คือหนึ่งในสามแหล่งของโลกที่มีการค้นพบโคลนธรรมชาติอันทรงคุณค่า ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนังและระบบไหลเวียนโลหิตของมนุษย์ และในปัจจุบัน “ภูโคลน” แห่งนี้ ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่นักท่องเที่ยวจะต้องปักหมุดไว้เป็นลำดับต้นๆ อยู่เสมอ

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2538 แหล่งโคลนสุขภาพโป่งเดือดแม่สะงาแห่งนี้ (หรือภูโคลนในปัจจุบัน) ได้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรก โดยนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยากลุ่มหนึ่ง ที่สังเกตเห็นสายน้ำร้อนผุดขึ้นมากลางทุ่งนา และได้ไหลไปผสมรวมกับลำธารเล็กๆ ขณะเดียวกันชาวบ้านแถวนั้นก็อ้างว่า การแช่น้ำอุ่นดังกล่าวสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำแร่และโคลนธรรมชาติไปตรวจสอบ ซึ่งได้พบว่าตะกอนโคลนที่ปนเปื้อนมากับน้ำแร่ร้อนนั้น เป็นโคลนบำบัดผิวที่มีแร่ธาตุหลากหลายชนิดเทียบเท่ากับโคลนจากทะเลสาบเดดซี และโคลนจากลาวาภูเขาไฟ ในประเทศโรมาเนีย หลังจากนั้น ก็ได้มีการสำรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2543 ได้มีการก่อตั้ง “ภูโคลน คันทรีคลับ” ขึ้น เพื่อพัฒนาที่ดินดังกล่าวให้ก่อประโยชน์ด้านสุขภาพรวมถึงการเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับจังหวัดและระดับประเทศ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand

Comments are closed.