มส.นำร่อง 16 วัดดังมีรายได้เกิน 50 ล้านทำบัญชีมาตรฐานก.พ.ร.
“สุวพันธุ์” กำชับพศ.ทำงานโปร่งใส ด้าน “พงศ์พร” เผยพิจาณาโทษ 7 ข้าราชการพศ.เงินทอนวัดแล้ว ระบุเป็นเรื่องลับเปิดเผยไม่ได้ ขณะที่มหาเถรสมาคม เห็นชอบตามหลักเกณฑ์ก.พ.ร. นำร่อง 16 วัดทำบัญชีมาตรฐาน แสดงบัญชีทรัพย์สิน ยึดเกณฑ์ต้องมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท หากเห็นผลเตรียมขยายผลไปยังวัดต่างๆ 

วันนี้( 9 ก.พ.ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เข้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อัมพร อมฺพโร)  และกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในโอกาสมามอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารพศ.และผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)ทั่วประเทศ  โดยนายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้พศ.ดำเนินงานตามแผนงานพศ.ไปสู่การปฏิบัติ เช่น การดูแลคณะสงฆ์ การบูรณปฏิสังขรณ์วัด การส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การดูแลศาสนสมบัติ เป็นต้น ทั้งกำชับให้มีการดำเนินงานอย่างสุจริต โปร่งใส ต่อคณะสงฆ์ และองค์กรต่างๆ ขณะเดียวกันได้เน้นให้พศจ.ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น ต้องเข้าถึงพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหา เวลาเกิดปัญหาขึ้นในพื้นที่ใดจะได้สามารถแก้ไขปัญหาได้ ขณะเดียวกันยังได้มอบนโยบายให้พศ.ดำเนินงานสอดคล้องกับแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งแผนปฏิรูปประเทศด้วย

พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาโทษปลดออก หรือไล่ออก ข้าราชการพศ. 7ราย ที่เกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตเงินทอนวัดพื้นที่ภาคใต้ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง และแจ้งมายังพศ.ให้ดำเนินการ ว่า คณะกรรมการอ.ก.พ.กระทรวง ของพศ.ได้ประชุมเพื่อพิจารณาโทษของข้าราชการพศ.ทั้ง 7 รายแล้ว แต่ตามระเบียบราชการแล้ว การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นเรื่องลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้

ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ในฐานะโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) คนที่ 2 กล่าวภายหลังการประชุมมส.ว่า มส.มีมติเห็นชอบ 16 วัดนำร่องในการจัดทำบัญชีทรัพย์สินวัดอย่างละเอียด ประกอบด้วย วัดพิชยญาติการาม วัดธาตุทอง วัดพระศรีมหาธาตุ วัดดุสิดาราม วัดบางนานอก วัดอรุณราชวราราม วัดนวลจันทร์ วัดลาดปลาเค้า วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิตร วัดหัวลำโพง วัดนาคปรก วัดเทวราชกุญชร วัดสุวรรณาราม วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม  วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม  และวัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม โดยรูปแบบการจัดทำบัญชีดังกล่าวจะเป็นแบบละเอียดมาตรฐานที่ผ่านการหารือกันของพศ. และคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) แล้ว ซึ่งกำหนดวัดที่จะต้องจัดทำบัญชีทรัพย์สินอย่างละเอียดมาตรฐาน ต้องมีรายได้เฉลี่ยต่อปีไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท และพศ.ได้จัดทำคู่มือในการจัดทำบัญชีทรัพย์สินให้แก่เจ้าอาวาสทั้ง16 วัดแล้ว

นายสิปป์บวร กล่าวต่อไปว่า สำหรับบัญชีทรัพย์สินวัดอย่างละเอียดที่จะทดลองใช้ใน 16 วัดนำร่องนั้น จะต่างจากบัญชีทรัพย์สินวัดที่มส.เคยมีมติให้ทุกวัดทั่วประเทศจัดทำที่จะเป็นแบบง่าย ทำเพียงบัญชีรายรับรายจ่ายเท่านั้น แต่บัญชีทรัพย์สินแบบละเอียด จะต้องมีการลงบัญชีแยกเป็นประเภทต่างๆอย่างชัดเจน เช่น เงินรายได้จากการรับบริจาค กฐิน ผ้าป่า บัญชีรายงานเงินคงเหลือ เงินฝาก ระยะเวลาลงบัญชี เป็นต้น และจะต้องรายงานมาที่พศ.ในช่วงสิ้นปีงบประมาณ จากนั้นจะมีการประเมิน และปรับปรุงรายละเอียด พร้อมทั้งขยายผลไปยังวัดต่างๆเพิ่มเติมต่อไป โดยในเร็วๆนี้ทางพศ.จะเชิญเจ้าอาวาสวัดทั้ง16 วัด มาประชุมทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติก่อน เริ่มดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรรายงานว่า ในวันเดียวกันพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ยังได้ลงนามแต่งตั้งรองผอ.พศ. 3 ราย ประกอบด้วย 1. นายสมเกียรติ ธงศรี 2.นายณรงค์ ทรงอารมณ์ และ3.น.ส.จันทนา สุทธิเรืองวงศ์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.เป็นต้นไปอีกด้วย
 

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

Comments are closed.