เปิดใจรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ จอดรถช่วยคนเจ็บทั้งชุดเครื่องแบบ จนชาวเน็ตแห่ชื่นชมล้นโซเชียลฯ ด้านเจ้าตัวเผยความดีครั้งนี้ขอยกให้ภรรยาทั้งหมด จากกรณีโลกออนไลน์เกิดกระแสแชร์ภาพสุดประทับใจ หลังนายอนุรัฐ ไทยตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และภรรยา จอดรถลงไปช่วยดูแลผู้บาดเจ็บในเหตุรถชน โดยไม่กลัวว่าชุดข้าราชการและชุดไทยที่สวมอยู่จะเปรอะเปื้อน

จนกลายเป็นภาพความประทับใจในน้ำใจของทั้งคู่ไปทั่วสังคมออนไลน์อย่างล้นหลามตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายอนุรัฐ ไทยตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ขณะที่ตนและภรรยากำลังเดินทางออกจากศาลากลางจังหวัดเพื่อที่จะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ณ วัดกลางพระอารามหลวง โดยมีพลขับ และเลขานุการเดินทางไปด้วย แต่ในขณะที่เพิ่งเลี้ยวรถออกมา ก็พบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ชนกับรถเก๋ง ตอนนั้นเองที่นางธิดาพร ไทยตรง ภรรยาได้บอกกับตนว่า “ป๋าหยุดรถก่อน” เพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งในขณะนั้นตนก็ยังลังเล เกรงว่าจะไปงานไม่ทัน แต่เมื่อเห็นแล้วว่าคนเจ็บท่าทางจะอาการหนัก คนขับรถเก๋งก็ยังตกใจอยู่มาก ประกอบกับบริเวณนั้นแทบจะไม่มีคนที่สามารถช่วยเหลือได้อยู่ใกล้ อีกทั้งเส้นทางยังกล่าวยังมีความกว้างถึง 6 เลน ผู้ใช้รถใช้ถนนก็ขับขี่ด้วยความเร็วจึงตัดสินใจลงไปช่วย โดยภรรยาได้เข้าไปดูแลคนเจ็บก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งปลอบใจคนขับรถเก๋งไปด้วย ส่วนตนและเลขาได้ช่วยกันโบกรถคนละฝั่ง และให้พลขับวิทยุสื่อสารขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็โชคดีที่ไม่ไกลยังมีเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงนำกรวยมาช่วยตั้งเป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้มีอุบัติเหตุกเกิดขึ้นซ้ำสอง “ผมและคุณนายก็ช่วยกันกางร่ม ใช้หมวกพัดเบาเทาความทุกข์ของคนเจ็บให้ได้มากที่สุด ระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง ก็ได้สวดมนต์ขอพรให้เขาปลอดภัยเท่าที่เราจะทำได้ เพราะเขาสลบและเลือดเต็มตัวไปหมด เกรงว่าจะมีอันตรายถึงชีวิต แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มฟื้นขึ้นมา เราก็เริ่มโล่งอกแต่ก็รอดูจนเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาถึงพร้อมจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษา จึงออกเดินทางไปตามกำหนดการได้”
ส่วนเรื่องที่มีชาวเน็ตเป็นห่วงเรื่องกำหนดการของตนนั้น สามารถเดินทางไปและประกอบพิธีทุกอย่างได้ตามกำหนด ซึ่งหลังจากเสร็จงานแล้ว ด้วยความที่ภรรยายังคงเป็นห่วงผู้ป่วย จึงได้เดินทางไปเยี่ยมพร้อมมอบพระให้ 1 องค์เพื่อเป็นกำลังใจ อาการตอนนี้โชคดีที่ไม่มีอาการกระดูกหัก แต่ก็ต้องรอดูอาการต่อเนื่อง ทั้งนี้เบื้องต้น ตนเพิ่งทราบว่ามีการแชร์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปในโลกออนไลน์ ก็ต้องขอขอบคุณที่ชื่นชม ตนเชื่อว่าหากเป็นคนอื่นพบเห็นคนเดือดร้อนตรงหน้าเช่นนี้ ต้องลงไปช่วยเช่นกัน เพียงแต่ครั้งนี้มีผู้ถ่ายภาพตนไว้ได้เท่านั้น ก็ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่เดินทางเข้ามาช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตนขอยกความดีที่เกิดขึ้นให้กับภรรยาทั้งหมด หากไม่ได้ไหวพริบและความมีน้ำใจของเขา ตนก็คงจะไม่ได้รับเสียงชื่นชมมากขนาดนี้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

Comments are closed.