กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แนะสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั้งสปา นวดเพื่อสุขภาพ และนวดเพื่อเสริมความงามยึดหลักกฎหมายตั้งชื่อสถานประกอบการให้เหมาะสม ไม่โอ้อวดเกินจริง หรือสร้างความเข้าใจผิดว่าบริการของตนสามารถบำบัดรักษาโรค พร้อมให้ติดป้ายแสดงให้เห็นชัดเจนหน้าสถานประกอบการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย
นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กล่าวว่า ปัจจุบัน แม้วิทยาการทางการแพทย์จะมีความก้าวหน้าและจัดเป็นการดูแลสุขภาพหลัก แต่การนวดไทยซึ่งเป็นศาสตร์เก่าแก่ในการดูแลสุขภาพก็มิได้ลดความนิยมลงแต่อย่างไร แต่กลับได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มชาวไทย และชาวต่างชาติ เนื่องมาจากคุณประโยชน์หลายอย่างที่การดูแลสุขภาพด้วยวิธีการอื่นๆ ยังไม่สามารถทดแทนหรือทัดเทียมได้รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนวดยังเป็นธุรกิจที่มาแรง มีอัตราการขยายตัวประมาณร้อยละ 15 ต่อปี ทำให้มีผู้ประกอบกิจการมายื่นเรื่องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อขึ้นป้ายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายใหม่จำนวนมาก ซึ่งผู้ประกอบกิจการบางรายอาจขาดความเข้าใจในการตั้งชื่อสถานประกอบการฯของตน จนเป็นเหตุให้เกิดความสับสนในประเภทกิจการ หรือเข้าใจว่าสามารถบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยได้ดังนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ป้องกันความเข้าใจผิดจากการโฆษณาเกินจริงรวมทั้งรักษาอัตลักษณ์นวดไทย ขอให้ผู้ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทุกแห่งตั้งชื่อสถานประกอบการฯของตนให้ถูกต้อง เหมาะสม โดยยึดหลักปฏิบัติตามกฎหมาย 2 ฉบับอย่างเคร่งครัด คือ 1.พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 และ 2.ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ชื่อสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 ซึ่งกำหนดให้การตั้งชื่อสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องเป็นอักษรภาษาไทยแต่จะมีอักษรต่างประเทศกำกับไว้ท้ายชื่ออักษรภาษาไทยด้วยก็ได้ ห้ามใช้คำหรือข้อความที่มีลักษณะชักชวนหรือโอ้อวดเกินจริง หรือทำให้เข้าใจว่าสถานที่ดังกล่าวสามารถบำบัดรักษาโรค หรือสื่อความหมายในทางลามก อนาจาร ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม และห้ามสื่อความหมายหรืออ้างอิงสถาบันพระมหากษัตริย์เว้นแต่ได้รับพระบรมราชานุญาตหรือพระราชานุญาตโดยที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกันจะต้องมีชื่อที่ไม่ซ้ำกัน ยกเว้นกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯใหม่ และผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯเดิมเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลเดียวกัน หรือมีหนังสือยินยอมจากผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯเดิมให้ใช้ชื่อซ้ำกันได้ แต่ต้องมีตัวอักษรหรือหมายเลขเรียงลำดับหรือที่ตั้งสถานที่ต่อท้ายชื่อ
“หากเป็นกิจการประเภทนวดเพื่อสุขภาพ หรือนวดเพื่อเสริมความงามจะใช้ชื่อสถานประกอบการฯ ที่มีคำว่าสปาประกอบมิได้ เพราะสถานประกอบการฯประเภทสปา นอกจากจะให้บริการที่เกี่ยวกับการนวดร่างกาย ยังมีบริการดูแลและเสริมสร้างสุขภาพโดยวิธีการบำบัดด้วยน้ำและบริการอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวงประกอบอีกอย่างน้อย 3 บริการ รวมทั้ง สถานประกอบการฯประเภทสปาจะต้องมีผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งแตกต่างจากสถานประกอบการประเภทนวดเพื่อสุขภาพหรือเสริมความงาม” นายแพทย์วิศิษฎ์ กล่าว
ทั้งนี้ผู้รับอนุญาตต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับอนุญาตในที่เปิดเผย โดยติดแผ่นป้ายแสดงชื่อสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเป็นตัวอักษรไทย กรณีใช้ภาษาต่างประเทศขนาดตัวอักษรต้องเล็กกว่าอักษรไทย และระบุชื่อและประเภทของกิจการให้ตรงกับใบอนุญาตติดไว้ที่ด้านหน้าอาคารให้เห็นได้ชัดเจนอย่างน้อยหนึ่งป้าย หากพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าสถานประกอบการใดมีการใช้ชื่อหรือป้ายที่ไม่เหมาะสมจะแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการทำการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ที่อยู่ระหว่างยื่นเรื่องขอรับใบอนุญาตหากฝ่าฝืนอาจจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกอบกิจการฯตามที่ร้องขอ แต่หากเป็นผู้ประกอบการรายเดิมจะมีโทษพักใบอนุญาต หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตได้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2193 7000 ต่อ 18408 ,18433และ 18226

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สสส.

Comments are closed.